• โบรกเกอร์ยอดเยี่ยม ปี 2019

    #โบรกเกอร์ 
    1 รีวิว โบรกเกอร์ exness92%
  • Hadge คืออะไร ? Hedging คืออะไร ? เทคนิคที่น่าสนใจในตลาด Forex

    Hadge คืออะไร ? Hedging คืออะไร ? เทคนิคที่น่าสนใจในตลาด Forex เทคนิคในการซื้อ-ขาย Forex นั้นมีมากมายก็จริงแต่สำหรับเทรดเดอร์บางคนมันไม่ง่ายเลยเพราะความสามารถแต่ละคนนั้นไม่ได้เท่ากัน เทรดเดอร์แต่ละคนจึงมีเทคนิคต่างๆที่ไม่เหมือนกัน บางคนบอกว่าเทคนิคของตัวเองนั้นง่ายใช้ทำกำไรได้จริง แต่สำหรับเทรดเดอร์อีกคนเทคนิคนั้นอาจจะทำให้เค้าขาดทุนก็เป็นได้ เพราะความเข้าใจของแต่ละคนไม่เหมือนกันไม่งั้นคนที่เข้ามาทำกำไรจากตลาด Forex คงจะประสบความสำเร็จกันทุกคนแล้วจริงไหม อย่างที่รู้ๆมีเทรดเดอร์ที่ใช้เทคนิคหลากหลายรูปแบบ เช่น Swing Trading, Scalping, Intraday Trading และอื่นๆอีกมากมาย แต่สำหรับบทความนี้ผมจะพาเทรดเดอร์ทุกๆท่านไปรู้จักกับเทคนิคอีกรูปแบบที่กำลังเป็นที่นิยม นั่นก็คือการทำ Hedging ว่ามันคืออะไร สามารถใช้ Hedging ทำอะไรได้บ้าง เทรดเดอร์บางคนอาจจะทราบแล้วว่ามันคืออะไร แต่สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่รู้ว่า Hedging คืออะไรบทความนี้จะพาทุกๆท่านไปรู้จักกับ Hedging กันเลยครับ

    Hedge และ Hedging คืออะไร?

    “Hedge หรือ Hedging” คือ การที่คุณรับประกันความเสี่ยงการลงทุน โดยทำการเปิดออเดอร์ซื้อ-ขายในราคาเดียวกันเวลาเดียวกัน (Buy และ Sell ในราคาเดียวกัน) ถ้าอธิบายง่ายๆก็คือ ซื้อ-ขาย ราคาเดียวกัน จำนวน Lot เท่ากัน เวลาเดียวกันทั้งหมด หรือการเปิดออเดอร์อีกฝั่งที่เท่าๆกัน ถ้าคุณเปิดออเดอร์ Buy และ Sell พร้อมกันในราคาเดียวกัน ก็จะมีฝั่งใดฝั่งหนึ่งที่ราคาเคลื่อนที่ถูกทาง ก็เท่ากับว่าออเดอร์ที่คุณเปิดพร้อมกันนั้นไม่มีผิดพลาดอย่างแน่นอนเพราะคุณจะไม่ได้หรือเสียอย่างนี้เป็นต้น และตอนนั้นคุณอาจจะไม่มั่นใจว่าราคาจะเคลื่อนที่ไปทางไหนเลยเปิดออเดอร์ไว้ทั้งสองฝั่ง การทำแบบนี้เท่ากับว่าความเสี่ยงของคุณจะมีน้อยมากเพราะยังไงต้องมีฝั่งไหนฝั่งหนึ่งที่ราคาจะไปถูกทางอย่างแน่นอน

    ตัวอย่าง คู่เงิน EUR/USD

    • คุณได้เปิดออเดอร์ Buy ขนาด 1 Lot ที่ราคา 1.2000 เวลา 19.00 น. และ เปิดออเดอร์ Sell ขนาด 1 Lot ที่ราคา 1.2000 เวลา 19.00 น.
    • ซึ่งเป็นการเปิดออเดอร์พร้อมกันทั้งสองฝั่งในราคาเดียวกัน จำนวน Lot เท่ากัน และ เวลาเดียวกัน
    • เนื่องจากคุณไม่ใจว่าราคาจะไปทางไหน คุณเลยทำการใช้เทคนิคแบบนี้ และไม่ว่าราคาจะขึ้นหรือลง คุณก็จะไม่มีทางขาดทุน
    • เพราะถ้าออเดอร์ไหนได้กำไรอีกออเดอร์ก็จะขาดทุนในราคาที่เท่ากัน เท่ากับว่าคุณจะไม่ได้กำไรและไม่ขาดทุน เพราะว่าคุณ Buy และ Sell ในราคาเดียวกัน
    • แต่ถ้าคุณวิเคราะห์แล้วว่าราคาจะไปทางไหน ก็ให้ปิดออเดอร์ฝั่งตรงข้าม อย่างเช่น คุณวิเคราะห์แล้วว่าราคาน่าจะลงต่อ ก็ให้คุณปิดออเดอร์ Buy และถือออเดอร์ Sell ต่อไป
    • ถ้าหากว่าออเดอร์ Sell ของคุณนั้นเคลื่อนที่ไปถูกทาง คุณก็จะได้กำไร

    ตัวอย่าง คู่เงิน USD/JPY

    • คุณได้เปิดออเดอร์ Buy ขนาด 1 Lot ที่ราคา 100.550 เวลา 20.00 น. และ เปิดออเดอร์ Sell ขนาด 1 Lot ที่ราคา 100.550 เวลา 20.00 น.
    • ซึ่งเป็นการเปิดออเดอร์พร้อมกันทั้งสองฝั่งในราคาเดียวกัน จำนวน Lot เท่ากัน และ เวลาเดียวกัน
    • เนื่องจากคุณไม่ใจว่าราคาจะไปทางไหน คุณเลยทำการใช้เทคนิคแบบนี้ และไม่ว่าราคาจะขึ้นหรือลง คุณก็จะไม่มีทางขาดทุน
    • เพราะถ้าออเดอร์ไหนได้กำไรอีกออเดอร์ก็จะขาดทุนในราคาที่เท่ากัน เท่ากับว่าคุณจะไม่ได้กำไรและไม่ขาดทุน เพราะว่าคุณ Buy และ Sell ในราคาเดียวกัน
    • แต่ถ้าคุณวิเคราะห์แล้วว่าราคาจะไปทางไหน ก็ให้ปิดออเดอร์ฝั่งตรงข้าม อย่างเช่น คุณวิเคราะห์แล้วว่าราคาน่าจะขึ้นไปต่อ ก็ให้คุณปิดออเดอร์ Sell และถือออเดอร์ Buy ต่อไป
    • ถ้าหากว่าออเดอร์ Buy ของคุณนั้นเคลื่อนที่ไปถูกทาง คุณก็จะได้กำไร

    เห็นไหมครับว่าการทำ Hedging นั้นมีประโยชน์อย่างมากเลยทีเดียว สำหรับสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจหรือการที่เทรดเดอร์ไม่มั่นใจในการเปิดออเดอร์ในขณะนั้น แต่การใช้วิธีนี้ก็ไม่ใช่จะมีประโยชน์อย่างเดียว เพราะมันก็จะมีผลตามมาเช่นกัน อย่างเช่นค่า Spread (สเปรด) ที่เพิ่มขึ้น

    การทำ “Hedging” นั้นคุณต้องเสียค่า Spread (สเปรด) สองเท่า เนื่องจากคุณเปิดออเดอร์ทั้งสองฝั่งพร้อมกันเลยทำให้คุณเสียค่า Spread (สเปรด) เพิ่มขึ้นด้วยเป็นสองเท่าด้วย แต่ถ้าคุณวิเคราะห์แล้วว่าราคาจะไปฝั่งไหนก็สามารถปิดออเดอร์อีกฝั่งเพื่อทำกำไรได้

    ตัวอย่าง

    • คุณเปิดออเดอร์ Buy และ Sell ในราคาเดียวกัน
    • ถ้าราคาเคลื่อนที่ไปข้างบน ให้คุณเตรียมตัว ปิดออเดอร์ Sell
    • ถ้าราคาเคลื่อนที่ไปข้างล่าง ให้คุณเตรียมตัว ปิดออเดอร์ Buy

    Tips : ถ้าให้ดีคุณควรวิเคราะห์ให้มั่นใจก่อนว่าราคาจะไปตามแนวโน้มที่คาดการณ์ไว้แล้วค่อยปิดออเดอร์ที่ผิดทางทิ้งไป

    Hedging นั้นเป็นเทคนิคที่ดีอีกเทคนิคหนึ่ง แต่ก็ต้องแลกกับการที่คุณต้องเสียค่า Spread (สเปรด) เพิ่มขึ้นด้วย และ สำหรับบางโบรกเกอร์นั้นไม่อนุญาติให้เทรดเดอร์ทำการ Hedging หากว่าคุณจะใช้เทคนิคนี้ก็ควรศึกษาเงื่อนไขกับโบรกเกอร์ที่คุณเลือกเปิดบัญชีด้วย ว่าทางโบรกเกอร์นั้นๆเค้าอนุญาติให้คุณทำการ Hedging ได้หรือไม่

     

    error: Content is protected !!